บริการของเรา

กลุ่มอาการออทิสติก

" ออทิสติกในมุมมองที่แตกต่าง "

แม้ว่าในปัจจุบัน ยังไม่มีใครสามารถระบุถึงสาเหตุที่แท้จริงของภาวะเด็กพิเศษ หรือออทิสติกได้แน่ชัด แต่เราก็พอจะทราบกันอยู่ บ้างว่า เป็น กลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการที่ผิดปกติ  ซึ่งอาจจะ มีความสัมพันธ์กับ ความบกพร่องในการแสดงออกทางพันธุกรรมในร่างกาย  หรือ จากการทำงานของร่างกายที่ผิดปกติไป เช่น ระบบการย่อยอาหาร ระบบฮอร์โมน สารสื่อประสาท หรือ ระบบการเปลี่ยนแปลง และกำจัดของเสีย หรือ อาจมีผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพแวดล้อม วัคซีน ยาปฎิชีวนะ อาหาร และวิถีการดำเนินชีวิต อันเป็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ

อย่างไรก็ตาม การทำงานพื้นฐานของร่างกายผ่าน ระบบต่างๆ เป็นสิ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องมี เช่น การดูดซึมวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นจากอาหาร การเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อการทำงานของร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพัฒนาการปกติของเด็กทุกคน

หากเรามองข้ามความสำคัญของสิ่งพื้นฐานเหล่านี้ไป ร่างกายเราอาจเสียสมดุลของการทำงานไปโดยไม่รู้ตัว พอนานๆไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน และพัฒนาการในภาพรวมไปได้

ดังนั้นการรักษาแบบสมุทัยเวชศาตร์ จึงมุ่งเน้นที่จะระบุให้ได้ว่า ในเด็กพิเศษคนหนึ่ง มีระบบการทำงานจุดไหนที่บกพร่อง เสียสมดุล ขาดสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงาน หรือ มีสิ่งรบกวนการทำงานของร่างกายค้างอยู่ ผ่านการตรวจวิเคระห์ทางห้องปฎิบัติการโดยละเอียด แล้วจึงวางแผนการรักษาเฉพาะสำหรับเด็กคนนั้นต่อไป

ประสบการณ์ในการรักษากลุ่มอาการออทิสติก ด้วยสมุทัยเวชศาสตร์

ผู้ป่วย

เด็กเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 14 ปี

อาการที่พบก่อนเข้ารับการรักษา

มีปัญหาในการเข้าสังคม ไม่สามารถเล่น หรืออยู่ร่วมกับเด็กคนอื่นได้ ไม่สบตา ผละหนีทันทีถ้าถูกแตะเนื้อต้องตัว
กลัวเสียงนกร้อง  พัฒนาการด้านภาษาน้อย พฤติกรรมก้าวร้าว ไม่อยู่นิ่ง

การแพทย์แผนปัจจุบัน

ใช้ยาควบคุมอาการ ให้ผู้ป่วยมีอาการสงบลง และสามารถนอนหลับได้ในเวลากลางคืน ร่วมกับการรับการฝึกพฤติกรรมบำบัดสำหรับเด็กพิเศษอย่างต่อเนื่อง

การวินิจฉัยตามหลักสมุทัยเวชศาสตร์

 

พบความไม่สมดุลในการทำงานของร่างกายหลายจุด หลังการตรวจเลือด ปัสสาวะ และอุจจาระ

  • ปริมาณเอ็นไซม์ของตับสูงผิดปกติ แสดงถึงความเสียหายของเซลตับ
  • ค่าการอักเสบในร่างกาย สูงกว่าปกติ ดูจาก ESR ,hsCRP
  • ปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
  • ปริมาณการหมุนเวียนของเซล และความเสียหายต่อองค์ประกอบของเซล ทั้ง ดีเอ็นเอ และไขมันผนังเซล สูงกว่าปกติ
  • ปริมาณ VMA ในปัสสาวะต่ำมาก แสดงถึง catecholamin turnover ต่ำ
  • การย่อยอาหารผิดปกติ โดยมีกากอาหารในอุจจาระมาก และพบเอ็นไซม์ย่อยอาหารจากตับอ่อนน้อย
  • มีการกระตุ้นภูมิต้านทานเรื้อรัง จากโปรตีนในอาหาร ชนิด กุ้ง ปู ไข่ นมและ นมถั่วเหลือง

แผนการรักษาแบบ 4R Balancing Program

ทดแทน - เร่งเสริมสารอาหารที่จำเป็นที่ยังได้รับไม่เพียงพอ ผ่านแผนโภชนาการ เช่น เพิ่มการทานผัก และผลไม้ เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และเกลือแร่ และสารอาหารกลุ่มให้เมธิล

กำจัด - หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นภูมิต้านทาน และหลี่กเลี่ยง สารปนเปื้อนในอาหารให้มากที่สุด เช่น สีผสมอาหาร หรือสารกันบูดเป็นต้น

เสริมสร้าง - เข้ารับการรักษาในห้องออกซิเจน แรงดันสูง 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้เสริมปริมาณออกซิเจนไปยังส่วนของสมองที่มีเลือดไหลเวียนน้อย hypoperfusion area ให้มากขึ้น

ซ่อมแซม - เสริมกรดอะมิโน สารต้านการอักเสบ และไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่ม ดี เอช เอ เพื่อเร่งซ่อมแซมเซลที่เสียหาย

ผลการรักษา

พัฒนาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเห็นได้เมื่อเวลาผ่านไปร่วม 3 เดือน  มีพัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไป  มีอาการสงบขึ้นเมื่ออยู่ในห้องเรียน ปรับตัวเข้าสังคม และมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น สามารถฟังคำสั่งของคุณครูได้มากขึ้น และมีตอบสนองชัดเจนขึ้นกับการฝึกพูด


เกี่ยวกับ BBH

เราเชี่ยวชาญในเรื่อง

Alacarte Services

โปรแกรม

การวิเคราะห์ในห้อง
ปฎิบัติการ

BBH Store