สมุทัยเวชศาสตร์

สมุทัยเวชศาสตร์ต่างจากการแพทย์กระแสหลักอย่างไร

สมุทัยเวชศาสตร์มุ่งมั่นที่จะกำจัดต้นตอ และรักษาความเจ็บป่วยเรื้อรังด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะกับผู้ป่วยแต่ละคน ด้วยองค์ความรู้ เครื่องมือ และบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพ โดยยึดมั่นหลักของการทำงาน ดังต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยเป็นผู้ที่รู้ปัญหาของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรัง เราจึงพยายามทุกวิถีทางที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของตนเอง โดยเราจะรับฟังทุกปัญหาของผู้ป่วย นำข้อมูลจากผู้ป่วยทั้งหมดมาวิเคราะห์ และพิสูจน์ยืนยันด้วยการตรวจทางห้องปฎิบัติการ พยายามแก้ไขทุกความบกพร่อง มุ่งที่สุขภาพกายและใจทุกส่วน และใส่ใจดูแลด้วยจิตสำนึกที่ดีจนกว่าผู้ป่วยของเราจะหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตได้ดีดังเดิม
     
  • ใช้วิธีการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์  เราจึงคัดสรรเฉพาะสิ่งที่สามารถอธิบายและพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาตร์ มาใช้เท่าน้้น โดยคำนึงถึงความแตกต่างในแต่ละบุคคล คนแต่ละคนไม่มีใครเหมือนกันไปทั้งหมด สุขภาพกายสุขภาพใจอยู่ในระดับที่ต่างกัน  พฤติกรรมการดำรงชีวิตก็ไม่เหมือนกัน  อาการแสดงของการเจ็บป่วยก็ย่อมแตกต่างกันไป  การเลือกใช้วิธีการวินิจฉัย และรักษาย่อมแตกต่างกันไปเฉพาะบุคคล แต่ต้องคงความถูกต้องและแม่นยำ จึงจะได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
     
  • เปิดรับแนวทางการรักษาที่ผสมผสาน โดยเราได้รวบรวมเอาเทคนิคการรักษาที่ดีที่สุดมาผสมผสานในแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ด้วยเทคโนโลยี อุปกรณ์และบุคคลากรที่ดีที่สุด อาทิเช่น การดูแลด้านโภชนาการ การจัดการด้านอารมณ์ พฤติกรรม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย และ การรักษาแนวเสริม พร้อมไปกับการรักษาจากทีมแพทย์
     

สมุทัยเวชศาสตร์คือ กระบวนการออกแบบแผนการรักษาโรคเรื้อรังที่เป็นระบบ ด้วยข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์

สมุทัยเวชศาสตร์เห็นว่า การมุ่งเพียงทำการวินิจฉัยเพื่อหาชื่อโรคที่ผู้ป่วยเรื้อรังเป็น ให้ได้ แล้วลงมือรักษาตามแบบแผน จะช่วยยับยั้งอาการ ให้ทุเลาลงได้ แต่ จะไม่สามารถขจัดโรคเรื้อรังนั้นๆ ให้หมดไปจากตัวเราได้ ที่ Better Being Hospital เราจึงต้องมุ่งมั่นค้นคว้าหาสาเหตุที่นำมาสู่โรคดังกล่าว แล้วจึงวางแผนการรักษาโรคจากต้นตอ ร่วมไปกับการประทังอาการเฉพาะหน้า จึงจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะหายจากการเจ็บป่วยเรื้อรังได้อย่างถาวร

สมุทัยเวชศาสตร์ให้ความสำคัญมาก ในการวิเคราะห์ เพิ่อหาสาเหตุที่มาของโรค และการทำความเข้าใจกระบวนการเกิดของอาการของโรคนั้น ตั้งแต่ต้น จะถึงปัจจุบัน โดยจะต้องพิจารณาถึงความแตกต่างในแต่ละบุคคลไปด้วย  การวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล รวมถึงการวางแผนการฟื้นฟู อย่างถูกวิธี พร้อมไปกับ การพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ป่วยและทีมแพทย์ ควรมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการการรักษา และจะส่งผลให้การรักษาออกมามีประสิทธิภาพ และนี่คือเป้าหมายสูงสุดของ Better Being Hospital

สมุทัยเวชศาสตร์มองว่าบทบาทของพันธุกรรม มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำว่าการเจ็บป่วยเรื้อรัง

ต้นตอที่แท้จริงของ ปัญหาสุขภาพมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือปัจจัยด้านพันธุกรรม และ ปัจจัยด้านแวดล้อม เช่น อาหารการกิน มลภาวะ สภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ความเชื่อที่ว่าหากมีความอ่อนด้อยในพันธุกรรมแล้ว เราก็ไม่สามารถจะป้องกันการเกิดโรคได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย จริงอยู่ที่ความอ่อนด้อยที่จุดใด จุดหนึ่่งของหน่วยพันธุกรรม อาจนำไปสู่การเกิดโรคได้ แต่ถ้าเราสามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยง หรือสิ่งกระตุ้น ในวิถีชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพทั้งหลายไม่ให้ไป ส่งเสริมให้เกิดการแสดงออกของพันธุกรรม ในทางที่จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ เราก็สามารถอยู่กับพันธุกรรมที่ผิดปกตินั้นได้ โดยมีข้อแม้ว่าเราจะต้องเข้าใจ และทำการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามข้อมูลทางพันธุกรรมที่ทราบ และตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดอัตราเสี่ยงนั่นเอง


เกี่ยวกับ BBH

เราเชี่ยวชาญในเรื่อง

Alacarte Services

โปรแกรม

การวิเคราะห์ในห้อง
ปฎิบัติการ

BBH Store